รูปแบบการระบุตำแหน่งของ GPS

            สำหรับยุคนี้การใช้จีพีเอสนั้นเป็นสิ่งที่แทบขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่เพียงแค่นักเดินทางเท่านั้น แต่บุคคลทั่วๆไปก็ยังจำเป็นต้องใช้ GPS ด้วยเช่นกัน เป็นต้นว่าการหาสถานที่สำคัญต่างๆ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งการใช้จีพีเอสนี้ทำให้เราเดินทางถึงสถานที่เป้าหมายได้รวดเร็วและแม่นยำ แต่อย่างไรก็ตามการไปยังสถานที่เป้าหมายที่ให้ผลแม่นยำที่สุดสำหรับการใช้จีพีเอสนั้น อาจจะจำเป็นต้องป้อนพิกัดลงไปในอุปกรณ์ที่เราใช้

ปกติแล้วหน่วยในระบบพิกัดที่มักพบเจอจะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ Degree Minute Second : DMS และ Decimal Degree : DD ซึ่งหน่วยทั้ง 2 จะวัดโดยใช้เส้นละติจูดกับลองจิจูด

Degree Minute Second : DMS

            เป็นการบอกเป็นองศา( ̊ ), ลิปดา('), พิลิปดา(") หรือจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนชั่วโมง, นาที, วินาที คือ 1 องศา มี 60 ลิปดา และ 1 ลิปดา มี 60 พิลิปดา การเขียนตำแหน่งแบบ DMS จะเริ่มจากละติจูด โดยถ้าพิกัดอยู่ซีกโลกเหนือจะลงท้ายด้วย N แต่ถ้าอยู่ซีกโลกใต้จะลงท้ายด้วย S แล้วตามด้วยลองจิจูด โดยถ้าตำแหน่งอยู่ซีกโลกตะวันออกจะลงท้ายด้วย E แต่ถ้าอยู่ซีกโลกตะวันตกจะลงท้ายด้วย W เช่นถ้ามีตำแหน่งที่ตั้งเป็นละติจูด 7 องศา 2 ลิปดา 25 พิลิปดา เหนือ, 100 องศา 27 ลิปดา 15 พิลิปดา ตะวันตก ก็จะเขียนเป็น 7 ̊ 2’ 25” N, 100 ̊ 27’ 15” W

Decimal Degree : DD

            เป็นการแสดงพิกัดโดยใช้เลขทศนิยมเป็นเลขฐานสิบ ในหน่วยแบบ DD ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมมากกว่า โดยเป็นค่าที่แปลงมาจากการบอกเป็น DMS อีกที เช่น 7 ̊ 2’ 25” N, 100 ̊ 27’ 15” W ก็จะเป็น 7.040277 ̊ N, 100.45416 ̊ W

สำหรับการแปลงหน่วยจาก DMS มาเป็น DD นั้นทำได้โดย DD = Degrees + (Minutes x 60 + Seconds) / 3600

            ในส่วนนี้อาจจะดูยุ่งยากในการแปลงค่ารูปแบบการบอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ แต่อย่างไรก็ตามมีโปรแกรมช่วยสำหรับช่วยเหลือในการหาตำแหน่งนั่นก็คือ Google Map และ Google Earth ซึ่งจะบอกตำแหน่งเป็น DD ใน Google Map แต่เป็น DMS ใน Google Earth

การใช้ “Google Map” ในการหาพิกัดใน Smartphone

  1. เลื่อนแผนที่ไปยังจุดที่เราต้องการทราบพิกัด หรือพิมพ์คำค้นหาไปยังที่ช่องค้นหาเพื่อหาตำแหน่งนั้น
  2. กดตรงที่เราต้องการทราบพิกัดค้างไว้ แล้วจะมีการปักหมุดลงไปที่ตำแหน่งนั้น
  3. กดแถบปักหมุด(Dropped Pin) ข้างล่างที่ขึ้นมา
  4. จะพบพิกัดแบบ DD ขึ้นมา

การใช้ “Google Earth” ในการหาพิกัดใน Smartphone

การใช้ Google Earth ในการระบุตำแหน่งนั้นง่ายกว่าการใช้ Google Map เสียอีก ทั้งยังสามารถระบุพิกัดได้ละเอียดกว่าด้วย เพราะสามารถเห็นรายละเอียดได้ถึงหลังคาบ้าน และวิธีการดูตำแหน่งโดยใช้ Google Earth นั่นก็เพียงหาสถานที่ที่ต้องการ หรือเลื่อนแผนที่ไปยังที่ไปยังจุดที่ต้องการ จากนั้นให้เราซูมเข้าไปเรื่อยๆในแผนที่ ก็จะปรากฏพิกัดขึ้นมาที่มุมล่างขวาของจอภาพ ซึ่งเพียงเท่านี้เราก็ได้ตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆได้อีกมากมาย

ข้อมูล: https://www.cartrack.co.th/

GPS
 123
ผู้เข้าชม

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์