การใช้และดูแลรักษาเกียร์ Auto

            การใช้รถเกียร์ออโต้นั้นปัจจุบันนี่มีมากกว่ารถเกียร์ธรรมดาไปแล้ว เพราะด้วยเหตุผลหลายๆอย่างที่ต้องบอกเลยว่าเกียร์ออโต้นั่นสะดวกสบายกว่าเกียร์ธรรมดาค่อนข้างมาก ยิ่งมาเจอกับสภาพรถติดของบ้านเราแล้ว การจะใช้เกียร์ธรรมดาก็คงจะยิ่งดูเป็นเรื่องที่ทรมานอย่างยิ่ง แตกต่างจากเกียร์ออโต้ที่มีแค่เหยียบเบรคกับคันเร่ง ทั้งไม่ต้องคอยเลี้ยงคลัทช์ให้ปวดขา ไม่ต้องมาคอยจับจังหวะถ้าปล่อยคันเร่งกับคลัทช์ไม่สัมพันธ์กัน รถก็จะดับเอาอีก แต่อย่างไรก็ตามด้วยความสะดวกสบายที่มากขึ้นของเกียร์ออโต้นั่น ก็จำเป็นต้องแลกมาด้วยการเอาใจใส่ดูแลและรักษาระบบเกียร์ที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะความทนทาน ทนมือทนเท้าของเกียร์ออโต้นั่น ต้องบอกเลยว่ายังทนทานต่างจากเกียร์ธรรมดาอยู่มาก และวันนี้เราจะมาแนะนำการทะนุถนอมการใช้งานเกียร์ออโต้ ให้ใช้งานได้ยาวนานและมีประสิทธิภาพที่สุด

เหยียบเบรคก่อนจะเคลื่อนรถ

            การเหยียบเบรคนั้นตั้งแต่รถหยุดนิ่งและค่อยๆปล่อยเบรคไปจนรถเคลื่อน จะช่วยให้การส่งกำลังของเกียร์ออโต้ไม่กระชาก ช่วยให้เกียร์ทำงานได้อย่างไหลลื่น ถือเป็นการถนอมอะไหล่และเฟืองเกียร์ภายในต่างๆ แต่ถ้าหากว่าเร่งรอบเครื่องยนต์สูงๆแล้วเข้าเกียร์เพื่อออกตัวแรงๆแล้วหละก็ เกียร์พังแน่ๆ

เข้าเกียร์ว่างเมื่อจอดรถ

            หลายๆคนมักจะเข้าเกียร์ D แล้วเหยียบเบรคค้างไว้เวลารถติดๆ หลายๆครั้งก็กินเวลานานอยู่หลายนาที ซึ่งวิธีบอกเลยว่ามีผลเสียกับชุดของเกียร์ในระยะยาว เพราะจะมีกลไกบางส่วนที่ทำหน้าที่รับกำลังจากเครื่องยนต์ โดยด้านหนึ่งจะติดกับเครื่องยนต์แต่อีกด้านจะเชื่อมต่อกับชุดเกียร์ และการที่เราเบรคในขณะใส่เกียร์ D นั้นคือเราห้ามรถของเราไม่ให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่ว่าชุดเกียร์และชุดรับกำลังจากเครื่องยนต์ที่ว่ายังคงทำงานอยู่ ทั้งทำให้รถของเรานั้นจะมีแรงสั่นค่อนข้างมากจากแรงดันของน้ำมันที่หล่อเลี้ยงระบบเกียร์ยังคงหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังทำให้ชุดเกียร์สะสมความร้อนมากขึ้นด้วย ลองคิดสภาพว่ารถนั้นพยายามจะเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา แต่มีอะไรบางอย่างมาฉุดเอาไว้ กลไกภายในที่เกี่ยวข้องต่างๆคงต้องรับภาระหนักน่าดู เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงควรใส่เกียร์ N เวลาที่จอดรถติดมาก หรือประมาณ 2 นาทีขึ้นไป เพื่อเป็นการถนอมการใช้งานของชุดเกียร์

ไม่จำเป็นก็อย่าทดเกียร์

            การทดเกียร์ หรือในที่นี้หมายถึงการคิกดาวน์ เป็นการลดระดับเกียร์ลงเพื่อช่วยให้รอบเครื่องยนต์ของรถนั้นสูงขึ้น ทำให้มีกำลังมากขึ้นในการเร่ง มักใช้จังหวะสำคัญๆ เช่น เร่งเพื่อแซง ซึ่งการทำแบบนี้บ่อยๆจะทำให้น้ำมันเกียร์ที่หล่อเลี้ยงชุดเกียร์อยู่ภายในนั้นสะสมความร้อนมากขึ้นและเสื่อมสภาพเร็ว ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังส่งผลต่ออะไหล่ต่างๆภายในชุดกลไกของเกียร์ด้วย

การเข้าเกียร์ถอยหลังทันทีที่รถยังไม่หยุดนิ่ง

            การเข้าเกียร์ R ขณะที่รถยังไม่หยุดนิ่ง การทำเช่นนี้จะทำให้เกิดแรงหมุนสวนทางต่อชุดเฟืองเกียร์อย่างรุนแรง ทั้งยังสายพาน ลูกปืนต่างๆอีก ซึ่งทำให้เกียร์พังเร็วแน่นอน

ไม่เคยเปลี่ยนน้ำมันเกียร์

            น้ำมันเกียร์นั้นควรเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง เพราะน้ำมันเกียร์จะไปหล่อลื่นอะไหล่ ชิ้นส่วนต่างๆภายในชุดเกียร์ ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากน้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพแล้วและไม่เคยเปลี่ยนเลยหละก็ ชิ้นส่วนภายในพังเร็วแน่นอน แล้วยิ่งสภาพอากาศประเทศของเราและการจราจรที่เป็นเช่นนี้แล้ว ยิ่งส่งผลให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็นลงไปอีก

ข้อมูล: https://auto.mthai.com/

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์