4 หุ่นยนต์-ใช้งานแทนมนุษย์ ในการจัดการ Warehouse

4 หุ่นยนต์-ใช้งานแทนมนุษย์ ในการจัดการ Warehouse

ภาพ : https://www.nanalyze.com/

            ในปัจจุบันนี้ได้มีการพยายามสำหรับลดขั้นตอนในการทำงานแต่ละอย่างลงเรื่อยๆ โดยงานที่มักจะโดนเข้าแทรกแซงเป็นกลุ่มแรกๆ ก็คงหนีไม่พ้นงานที่ทำในลักษณะประจำ รูปแบบเดิมๆซ้ำๆของมนุษย์ ซึ่งเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้มีการสร้างเครื่องมือที่มาทำงานแทนมนุษย์ เพราะนอกจากในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานที่หุ่นยนต์สามารถทำได้ดีกว่าในงานบางอย่าง ยังรวมไปถึงเรื่องของความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ที่เหล่าหุ่นยนต์มักจะได้รับการสร้างมาเพื่อความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนี่คือ 4 ตัวอย่างของการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในการจัดการเรื่องคลังสินค้า และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น

1. หุ่นยนต์สำหรับหยิบสินค้า

            ตอนนี้ในระบบการจัดการคลังสินค้าหลายๆที่ หลายๆบริษัท ได้มีการเปลี่ยนมาใช้หุ่นยนต์ในการหยิบสินค้าตามออเดอร์แทนการใช้แรงงานคนแล้ว โดยเหล่าหุ่นยนต์นี้มักจะเป็นรถเข็นที่สามารถเคลื่อนที่ไปเองได้ในคลังสินค้า ด้วยการประมวลผลผ่านเซ็นเซอร์ต่างๆ จึงช่วยให้สามารถหยิบสินค้าตามรายการต่างๆได้อย่างถูกต้องและยังประหยัดเวลาในการทำงานอีกด้วย ซึ่งมาจากการคำนวณเวลาด้วยระบบ AI ที่มนุษย์นั้นเป็นเพียงผู้ควบคุมและป้อนคำสั่ง จึงใช้งานได้ง่าย และผู้ใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องมีทักษะคอมพิวเตอร์ขั้นสูงก็สามารถใช้งานได้

2. ฟอร์คลิฟท์(forklift) ที่สามารถขับเคลื่อนเองได้

            ฟอร์คลิฟท์ขับเคลื่อนเองนั้น เหมาะสมกับคลังสินค้าที่มีการทำงานในรูปแบบเดิมซ้ำเป็นแพทเทิร์น แต่มีระยะในการเคลื่อนที่ที่ค่อนข้างไกล ผู้ผลิตฟอร์คลิฟท์หลายๆราย ได้ผลิตฟอร์คลิฟท์ที่มีระบบเลเซอร์ในการนำทาง สแกนได้ทั้งด้านหน้าและหลัง มีกล้อง 3 มิติ ในการคำนวณ รวมถึงมีความสามารถในการแจ้งเตือนเพื่อความปลอดภัย สแกนสิ่งกีดขวางและเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งฟอร์คลิฟท์แบบนี้สามารถขนส่งพาเหรดในการใส่สินค้าได้ระยะทางกว่าหลายร้อยเมตร หรือบางรุ่นก็มีระบบเรดาห์ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมโดยรอบ วางแผนเส้นทางการเคลื่อนที่ วางแผนการทำงานได้ วางแผนการเข้าแท่นเพื่อชาร์ทพลังงาน ทั้งยังเชื่อมต่อกับระบบข้อมูล ERP ภายในองค์กรได้ด้วย

3. หุ่นยนต์สำหรับจัดการสินค้าคงคลัง

            สำหรับปัญหาเรื่องการนับสต๊อก เจ้าหุ่นยนต์สามารถที่จะสามารถที่จะสแกน RFID เพื่อตรวจนับสินค้าได้ในเวลาเพียงไม่นาน หุ่นยนต์ตัวนี้สามารถที่จะสแกนสินค้าได้จากระยะห่างถึง 25 ฟุต ซึ่งนอกจากจะตรวจนับสินค้าได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการวางแผนการสั่งซื้อได้ด้วย ลดความผิดพลาดจากการทำงานของมนุษย์ลง เช่น การนับสินค้าผิดพลาดจากปัญหา barcode ของรายการสินค้านั้นใกล้เคียงกัน และแม้หุ่นยนต์สำหรับการทำงานประเภทนี้จะมีราคาสูงกว่า $50,000 แต่ลูกค้าที่ใช้งานก็สามารถประหยัดเงินไปได้จำนวนมากจากการลดจำนวนคนทำงานลง รวมทั้งมีส่วนในการช่วยลดปริมาณของเสียลงด้วย รวมถึงการมีข้อมูล insight ที่จะนำมาใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาหรือปรับเปลี่ยน layout ของคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้ด้วย

4. เครื่องบินขับเคลื่อนอัตโนมัติ

            กว่าที่ Drone จะสามารถส่งสินค้าขนาดใหญ่ไปตามสถานที่ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็คงจะต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ แต่สิ่งที่มีในตอนนี้คือเครื่องบินที่ขับเคลื่อนได้อย่างอัตโนมัติ ทำหน้าที่ในการสแกน RFID ในคลังสินค้าได้ Real Time ช่วยให้ผู้ควบคุมสามารถป้อนคำสั่งตรวจนับสินค้าในคลังได้ ทั้งยังมีระบบ sensor และระบบประมวลผลของตัวเครื่องที่สามารถป้องกันการชน ป้องกันการผิดพลาดในการบินภายในคลังสินค้าแต่ละแห่งที่มีลักษณะแตกต่างกันได้

            ซึ่งที่กล่าวมีถึงหุ่นยนต์ทั้ง 4 ตัวนี้ จะเป็นเพียงแค่บางส่วนของการใช้เทคโนโลยีสำหรับการจัดการคลังสินค้า และแน่นอนว่าในอนาคตการจัดการงานพวกนี้คงมีหุ่นยนต์ คงมีเทคโนโลยีเข้ามาแทรกแซงการทำงานของมนุษย์อีกมากมาย

ข้อมูล : https://www.scglogistics.co.th

 19
ผู้เข้าชม

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์